2008/Sep/05

เมื่อเราให้โอกาสใคร..ในครั้งแรก

แสดงว่าเราพร้อมที่จะให้อภัย

.. กับคนนั้น ..

และ

คำว่า "โอกาส" ก็ไม่ได้มีเหลือเฟือ

ไม่สามารถใช้ได้อย่างฟุ่มเฟือย

เวลาหยิบยื่นโอกาสให้ใครไป

ทำไมถึงไม่ค่อยมีใครเห็นค่าของมัน

เมื่อเวลา .. ผ่านไป

จึงกลับมาเรียกร้อง

ขอมัน..อีกครั้ง

 

...........

 

แต่แล้ว ..

เพราะเป็นเรา

เราก็มักจะให้มันเป็นครั้งที่สอง

กับคนที่เรารัก

ถึงเราจะเป็นแบบนี้

แต่ก็อย่าลืมว่า โอกาสครั้งแรก

..มักจะดีกว่า..

ครั้งหลังๆ

แน่นอน

.....

....

...

..

.

อย่าทำร้ายเราให้มากนักเลย

การให้โอกาสครั้งต่อๆไป

มันก็คือการ .. เอาความเจ็บปวดของเราไปแลกมา

 

<"> คนรักกัน (",)

ก็ควรจะช่วยกันรักษาความรัก

เมื่อเราพร้อมที่จะให้อภัยแล้ว

ขอแค่รับมัน

แล้วทำให้มันดีที่สุด

ช่วยกันนะ..

ช่วยกันรักษาความรัก .. ของเรา

 

2008/Aug/28

วันหนึ่ง .........ฉันอยากได้รองเท้า

ฉันเดินเข้าไปในร้านที่มีรองเท้าหลากสี-หลายแบบวางเรียงราย
 

ร้ า น แ ล้ ว ร้ า น เ ล่ า

แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รองเท้าถูกใจกลับไปด้วยแม้

แต่คู่เดียว

เลือกแล้ว_______________เลือกอีก

จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่หน้ากระจกร้านหรูแห่งหนึ่ง

รองเท้าส้นสูงสีส้มคู่นั้นสะท้อนเงาเฉิดฉายผ่านกระจก


ออกมาแตะตาฉันตั้งแต่แรกเห็น

มันช่างเป็นรองเท้าที่สวยจนอยากมีไว้ประดับคู่เท้าในทุกย่างก้าว

โดยไม่รอรี......ฉันเดินตรงลิ่วเข้าไปหามัน

แม้ป้ายราคาเล็ก-เล็กที่ติดเอาไว้จะบอกราคาที่ไม่เล็กนัก

แต่ฉันไม่ลังเลสักนิดเดียวที่จะจ่ายเงินจำนวนนั้นออก 

ไปเพื่อให้ได้รองเท้าที่ถูกใจที่สุดในวันนี้

'
แน่นนิดนึงนะคะ...มีคู่ใหม่ที่ใหญ่กว่านี้มั้ย'

ฉันถามพนักงานขายขณะที่กำลังพยายามสอดเท้าลงไป
 

ในรองเท้าคู่สวยให้พอดี แล้วพบว่ามันพอดิบ-พอดี 

จนขยับเท้าไม่ได้

'
ไม่มีหรอกค่ะ...เรามีแบบละคู่เท่านั้น รับรองว่า 

ใส่แล้วไม่ซ้ำแบบใคร'

พนักงานขายเสนอข้อได้เปรียบในการซื้อสินค้า


 'แต่ดิฉันว่าใส่แล้วก็พอดีนะคะ เผื่อมันยืดออกอีกนิดหน่อย'

เธอยังคงเสนอต่อเมื่อเห็นแววตาที่ฉันชื่นชมสินค้าของเธอ


- -
เย็นวันนั้นฉันกลับบ้านด้วยรอยยิ้มกรุ่นพร้อมกับรองเท้าคู่สวยที่อยู่ในมือ - -

ฉันจัดแจงโยนรองเท้าผ้าใบคู่เก่าที่ใส่มาแรมปีทิ้งไป

อย่างไม่แยแส


วันรุ่งขึ้น .....ฉันออกเดินด้วยรองเท้าคู่ใหม่อย่างเฉิดฉาย 

ยิ่งมีใครต่อใครชมว่ามันสวยนักหนาฉันก็ยิ่งปลื้มใจ

ทว่าไม่ทันข้ามวันรองเท้าเจ้ากรรมก็แผลงฤทธิ์จนฉันเดินโขยกเขยก


และเย็นวันนั้นฉันก็ต้องกลับมาบ้านพร้อมกับเท้าที่ระบม

ห า ก ชี วิ ต ค น เ ร า เ ป็ น เ ห มื อ น
 
ก า ร เดิ น ท า ง ไ ก ล

ความรัก_____________ก็คงเป็นเหมือนรองเท้า

แ ท้ ที่ จ ริ ง แ ล้ ว น่ ะ น ะ

..............

ฉันว่าคนเราไม่ได้ต้องการ
 
'รองเท้าสวย'

มากไปกว่า


- -
รองเท้าที่ใส่สบาย - -

แต่ก็นั่นแหละ
ใคร-ใครก็ย่อมชอบรองเท้าสวย-สวยด้วยกันทั้งนั้น

ถึงไม่น่าแปลกที่หลายคนมักตัดสินใจซื้อรองเท้าเพราะ


ว่า 'มันสวย' มากกว่า 'มันพอดีกับเท้า'

และแม้มันจะใส่แล้วคับไปนิด...อึดอัดไปหน่อยก็ยังไม่
วางมือ

เหตุเพราะว่า______________มันสวยถูกใจ

หรือแม้มันจะราคาแพงลิบลิ่วก็ยังอยากเป็นเจ้าของให้ได้

- - -
หากว่าเราต้องเดินทางอีกไกล - - -

แม้จะมีรองเท้าสวยหรู ราคาแพง ยี่ห้อแบรนด์เนม 

มันก็คงไม่มีประโยชน์

แม้จะสวยแค่ไหนแต่ถ้ามันทำเท้าเราเจ็บ...สุดท้ายก็
คงต้องถอดมันออก

เพราะถ้าขืนเราเดินทั้งเท้าเจ็บ-เจ็บเราคงไปไม่ถึงปลายหนทาง

ค ว า ม รั ก ก็ เ ช่ น กั น

เราอาจใฝ่ฝันที่จะมีคนรักสวย รวย เก่ง ฉลาด เลิศ หรู

.....
แต่ความจริงแล้ว ....

เราเพียงต้องการคน-คนนั้นเพื่อให้ตัวเราดูดีขึ้นมาเท่านั้นเอง

ฉันว่านะ....รองเท้าที่ใส่แล้วสบายไม่จำเป็นต้อง
สวยเด่นอะไร

เพราะฉะนั้น

คนที่จะมาจับจูงมือเราไปตลอดทางของชีวิตก็ไม่จำเป็น
ต้องเป็นคนที่ดีเลิศที่สุดจนใครนึกอิจฉา

บางที...การใส่รองเท้าที่เดินแล้วสบายมันอาจทำให้
เรามีความสุขมากกว่า

เพราะฉันเชื่อว่ามันจะพาเราไปจนถึงจุดหมาย

โดยที่เราไม่ต้องเจ็บเท้าและนึกอยากจะโยนมันทิ้งไป
เสียให้รู้แล้วรู้รอด

- - ตลอดการเดินทาง - -

2008/Aug/22

ตอนนี้เราอยู่ห่างกันกว่าตอนที่เริ่มสร้างบล็อกนี้อีก
คราวนี้ไม่ได้ห่างทางกาย
แต่เป็นใจที่เราเอาไปวางไว้ไกลกัน

แต่ผมเชื่อ
ว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อรู้จักกันเพียงสั้นๆเท่านี้
สำหรับผม
ยังมีเรื่องราวอีกนับเป็นล้านที่อยากให้คุณมีส่วนร่วมอยู่ด้วย
ในวันหนึ่งข้างหน้า
ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล
เราจะได้กลับมาเป็นเหมือนที่เคยอีกหรือไม่ก็ตาม
ผมก็ยังคงเป็นผมแบบนี้
แบบที่คุณรู้จักดี

สำหรับเรื่องราวในตอนนี้
พักมันไว้ก่อนก็ได้
เราอาจเหนื่อยเกินไป
ที่จะพยายามรักษามันไว้

แต่ถ้ามันจะยังคงอยู่ต่อไปได้
ไม่ว่าจะเป็นยังไง
จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
ก็คงจะเหมือนกับโลกใบนี้
ที่มีโอกาสเกิดขึ้นมาและคงอยู่ได้แค่หนึ่งในแสนล้าน

แต่มันก็ยังคงอยู่ตรงนี้
แม้ว่าจะไม่มีใครเหลียวแลมันเลย